เส้นตรง
ค่าเสื่อมราคา = (ราคาซื้อ - มูลค่าซาก)/จำนวนปี
- สินทรัพย์ถาวรส่วนใหญ่จะ 5 ปี [ตามกฎหมาย]
- ที่ดินไม่มีค่าเสื่อมราคา
- computer & software เลือก 3 หรือ 5 ปี ก็ได้
- มูลค่าซาก(Salvage Value) → มูลค่าสินทรัพย์คงเหลือเมื่อหมดอายุการใช้งานหรือเลิกใช้งาน [บริษัทตีเอง]
- ตามทฤษฎีมันไม่ควรตีเหมือนกันอยู่ที่บริษัท แต่ในความเป็นจริงทุกบริษัทได้เท่ากัน
- เพราะแต่ละบริษัทจะพยายามหัก ค่าเสื่อมให้ได้มากที่สุด
- ดังนั้นจะอยากคิด มูลค่าซาก เป็น 0 เพื่อให้มันหัก ให้ EBT มันน้อยจะได้เสียภาษีน้อย
- แต่กฎหมายห้าม เพราะถ้าเป็น 0 แปลว่าสินทรัพย์นั้นหายไปจากโลก เลยให้คิดอย่างน้อย คือ 1 บาท [ซึ่งแปลว่ายังอยู่ สรรพากรตรวจต้องให้ดูได้]
- ซึ่งต้องเสียเงินหาที่เก็บ ส่วนมากเลยเลือกที่จะแจ้ง “ทำลาย” [ตามทฤษฎีสรรพากรต้องมาตอนทำลายด้วย]
- EX. คอมเครื่องละ 35000 ใช้ 5 ปี หลัง 5 ปี เหลือ 5000 บาท 10 ตัว
- (35000-5000)/5 = 6000 บาท → 6000*10 = 60000 บาท
- สมมุติมีค่าเสื่อมราคาแค่นี้ ค่าเสื่อมก็ได้ 60000 บาท เอาไปเขียนในงบกำไร-ขาดทุน
แบบ Sum of the Year Digits (SOYD)
ค่าเสื่อม = (ราคาซื้อ - มูลค่าซาก)*(Year in reverse order / sum of Year Digit)
- Ex. คอมเครื่องละ 35000 ใช้ 5 ปี หลัง 5 ปี เหลือ 0 บาท
- ค่าเสื่อมราคาปีแรก (35000 - 0)* (5/(1+2+3+4+5)) = 11666.67
- ค่าเสื่อมราคาปีที่สอง (35000 - 0)* (4/(1+2+3+4+5)) = 9333.33
- ค่าเสื่อมราคาปีที่สาม (35000 - 0)* (3/(1+2+3+4+5)) = 7000
- ค่าเสื่อมราคาปีที่สี่ (35000 - 0)* (2/(1+2+3+4+5)) = 4666.67
- ค่าเสื่อมราคาปีที่ห้า (35000 - 0)* (1/(1+2+3+4+5)) = 2333.33
- ข้อดี
- ค่าเสื่อมในปีแรก ๆ เยอะ
- ปีหลัง ๆ น้อย แต่อย่าลืมเงินในปัจจุบันมีค่ามากกว่าอนาคต
- นิยมในบริษัทใหญ่
- ข้อเสีย
- ใช้ได้แค่ในการจ่ายภาษีอย่างเดียว
- ใช้ในการแสดงให้ผู้ถือหุ้นดูไม่ได้ แปลว่า ต้องทำทั้ง 2 บัญชี
- ในบริษัทเล็กที่ต้องจ้างข้างนอก มันจะไม่คุ้ม (ใช้เส้นตรงอย่างเดียว) บริษัทใหญ่มีคนทำของตัวเอง เงินที่ต่างมันใหญ่คุ้มกว่า
ใช้เพื่อ
- เขียนในงบกำไร-ขาดทุน
- ไว้คิดมูลค่าสินทรัพย์ที่เรามี ตามบัญชี (ขายจริงอาจจะน้อยกว่า)[BV]
- เอาไว้วัดราคาตอนจะขายสินทรัพย์
- ex. ถ้าบริษัทจะขาย คอม ที่มีโดย ราคาตามบัญชี 23000 แต่ขายได้ 25000
- แปลว่าได้กำไร เครื่องละ 2000
- ทำให้ต้องเสียภาษีให้รัฐ 20% คิดได้เครื่องละ 400 บาท
- ex. ถ้าบริษัทจะขาย คอม ที่มีโดย ราคาตามบัญชี 23000 แต่ขายได้ 18000
- แปลว่าขาดทุนเครื่องละ 5000
- ทำให้บริษัทจะได้ภาษีคืน 20% คิดได้เครื่องละ 1000